สูตรบาคาร่า

สูตรบาคาร่า เล่นให้ลึก รู้ให้จริง อยากเป็นเซียนบาคาร่า ต้องเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติม

สูตรบาคาร่า

ทำความเข้าใจกับ บาคาร่า รวมถึงวิธีเล่นกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคราวลงรายละเอียดเกี่ยวกับสูตรบาคาร่าสักหน่อย ว่าส่วนใหญ่เขาใช้เทคนิคประมาณไหนกันแน่

ซึ่งก็คงจะหนีไปพ้นสูตร “มาติงเกล” ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปหรือแปลเป็นหลักการด้วยศัพท์ภาษาไทยง่ายๆ ก็คือการ “ทบต้น” นั่นเอง
ส่วนใหญ่คนที่ใช้สูตรทบต้น ก็มักไม่ได้สนใจในเรื่องของผลลัพธ์ของเกมเท่าไหร่ สาเหตุเพราะมองว่าเสียก็ไม่เป็นไร ก็แค่ลงเงินส่วนที่เสียเพิ่มเพื่อเอาคืนในตาถัดไป

แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ง่ายเช่นนั้น สาเหตุเพราะ
1. การทวีคูณทบต้น ใช้เงินมหาศาล
ถ้าคุณเคยได้ยินเรื่องเล่านิทานเกี่ยวกับชาวนาคนหนึ่งที่ขอแค่เม็ดข้าวเพียง 1 เม็ดจากพระราชา แต่ขอเพิ่มทุกวันๆ ละ 2 เท่าแล้วหล่ะก็ คุณก็จะรู้ว่าในตอนจบสุดท้าย พระราชาก็ต้องยินยอมที่จะให้เป็นจำนวนที่ตายตัวแทน เพราะการทวีคูณมันมีพลังอย่างมาก
จาก 1 กลายเป็น 2 เป็น 4 , 8 , 16 , 32 , 64 , 128 ลองมาดูผลรวมว่าแล้วสุดท้ายใน 8 ตาที่เราเดิมพันเงินตามจำนวนตัวเลขดังกล่าวจะได้เท่าไหร่ สรุปใช้เงินเดิมพันไปที่ 255 บาท เพื่อให้ได้เงินเพียง 1 บาท หรือเป็นผลตอบแทนคืนมาที่ 0.4% เท่านั้นหากเกมลากยาวไปถึงจำนวน 8 ตาดังกล่าว
จะเห็นว่าการเดิมพันชนิดนี้ต้องใช้เงินเยอะพอสมควร

สูตรบาคาร่า

2. การโดนจำกัดจำนวนเงินแทงสูงสุด
แน่นอนครับว่าสูตรดังกล่าวก็ยังไม่ถึงกับใช้ไม่ได้เลยทีเดียว ถ้าคุณมีเงินมากเพียงพอ และยอมที่จะขี่ช้างจับตั๊กแตน แต่บางทีเจ้ามือก็ไม่ได้ยอมให้คุณทำเช่นนั้นเสมอไป เพราะเขาอาจจะจำกัดจำนวนเงินสูงสุดเอาไว้ ดังนั้นแล้วถ้าคุณทบเงินไปจนถึงยอดหนึ่งซึ่งอาจจะได้เงินคืนทั้งหมด คุณอาจจะแทงไม่ได้เสมอไปและนั่นก็ทำให้คุณไม่สามารถได้เงินส่วนที่ขาดทุนคืนกลับมา

ฉะนั้นแล้วนักเล่นบาคาร่า จึงทำการปรับสูตรทบต้นให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งจะขอแชร์ไว้เป็นไอเดียดังต่อไปนี้
1. ไม่จำเป็นต้องเอากำไรเสมอไปในการทบต้น
บางคนคิดว่า การทบต้นจำเป็นต้องคูณสองเสมอ ซึ่งไม่เป็นความจริงครับ
สมมุติถ้าตาแรกคุณเสีย 1 บาท ตาสองคุณแทงไป 2 บาท เท่ากับว่าคุณต้องการ 1 บาทคืนบวกเอากำไรไปในตัวอีก 1 บาท
ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้จำนวนครั้งในการทบต้นสูงขึ้นไว บางทีคุณสามารถเลือกใช้การเอาทุนคืนแบบไม่รวมกำไรคั่นไปก็ได้เช่น
ตาที่ 1 1 บาท
ตาที่ 2 1 บาท (ถ้าได้ก็ได้ขาดทุนตาตะกี้คืน ถือว่าเริ่มต้นใหม่)
ตาที่ 3 3 บาท (เอาทุนคืนที่เสีย 2 บาทบวกกำไร 1 บาท)

สาเหตุที่เราไปเอากำไรตาหลังก็เพราะมองว่าเราเสียมาหลายตาแล้ว โอกาสที่อาจจะได้คืนอาจอยู่ในตาถัดไปจึงมาเอากำไรในตานี้เป็นต้น
การกำหนดตรงนี้เสมือนขั้นบันไดของการทบต้นที่คุณสามารถออกแบบเองได้โดยอิสระ

2. ถอยก้าวย้อนลำดับขั้น
ในกรณีที่เราสร้างลำดับขั้นของการทบต้นที่ไม่คืนทุนทั้งหมดในขั้นที่สูงกว่า เมื่อเราชนะในขั้นดังกล่าว แต่อาจยังไม่คืนทุนทั้งหมด ตาถัดไปเราจะต้องทำการเริ่มต้นด้วยงบของขั้นก่อนหน้าถอยหลังไป 2-3 ขั้นเพื่อให้ได้ทุนที่เสียไปคืน เพราะบางทีเรามองโอกาสในการที่จะชนะต่อเนื่องหลังจากเสียต่อเนื่องเช่นกัน ดังนั้นถ้าเราโชคดีตามที่คาด ก็จะได้ทุนคืนกลับมา หลังจากนั้นเราจึงกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

การจัดลำดับขั้นแบบที่กล่าวก็จะเป็นอีกเทคนิคหนึ่งในการลดยอดทบต้นแบบทวีคูณไปได้

3. ตั้งเป้าสูงสุดที่จะยอมเริ่มต้นใหม่
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะทบต้นไปเรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด ฉะนั้นคุณต้องกำหนดจำนวนขั้นของการทบต้นแบบมีขอบเขตที่ชัดเจน เช่น 7-8 ตา ซึ่งถ้าคุณทบไปจนเกินขั้นบันไดดังกล่าว คุณต้องยอมเริ่มต้นใหม่ อย่าถลำลึกจนหมดตัว ฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือ คุณจะต้องพิจารณาเงินปัจจัยทั้งหมดในมือของคุณว่า คุณพร้อมจะพลาดที่บันไดขั้นสูงสุดได้กี่ครั้งจึงหมดตัว และนั่นก็ถือว่าเงินที่คุณแบ่งไว้สำหรับการเล่นครั้งนี้จบไปแล้ว ไว้โอกาสครั้งหน้าเมื่อมีเงินทุนอีกครั้งจึงเริ่มใหม่ และที่สำคัญต้องวางแผนให้ชัดเจนว่าเดือนนึงจะลงทุนเช่นนี้ไม่เกินกี่บาทเป็นต้น มองให้เป็นการลงทุนหรืองานอดิเรกจะได้ไม่เครียด

4. ตั้งงบที่จะชนะแล้วเลิก
เช่นเดียวกัน นอกจากการเสียแล้วต้องหยุด การได้ถึงยอดเป้าหมายที่ต้องการก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจำเป็นต้องกำหนดขึ้น เช่นคุณกำหนดว่าในการเล่นของวันนั้นกำหนดว่าจะต้องได้กำไร 150-200% ถ้าคุณได้ก็ว่าจำเป็นต้องหยุดแล้วเช่นกัน การเล่นแบบซอยย่อยเป็นครั้งๆ ไป จะช่วยให้คุณไม่เครียดจนเกินไปนัก มีเป้าหมายที่ชัดเจน และถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น รู้เวลาที่จะหยุดและไปทำอย่างอื่นบ้างมากกว่าจะนั่งอยู่กับมันทั้งวันจนเสียเงินทั้งหมดไปในที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่มืออาชีพไม่ทำกัน

5. ประเมินสถิติความน่าจะเป็น
อาจจะเป็นเทคนิคระดับสูงอยู่สักหน่อย ซึ่งคุณจำเป็นที่จะต้องออกแบบหรือหาโปรแกรมช่วย ซึ่งจะต้องสามารถวิเคราะห์ได้ว่า รูปแบบความน่าจะเป็นจากจำนวนตาที่ผ่านมา จะส่งผลให้ออกตาไหนในตาถัดไป และรูปแบบไหนที่แม่นกว่า ก็จะเป็นตัวเลือกในการเล่นตาถัดๆ ไป แต่เนื่องจากว่าในความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่แน่นอนหากเรามองผลการออกแบบ 50-50 คือไม่ว่าจะยังไงผลการออกตานั้นๆ ก็มักจะเป็นไปได้ 2 ทางเสมอ ฉะนั้นคุณอาจจะใช้วิธีกำหนดแพตเทิรน์ขึ้นมาเองเช่น ถ้าคุณเสียถึงจำนวนกี่ตา คุณจะทำการเปลี่ยนไปแทงอีกฝั่งเป็นต้น เพื่อป้องกันปัญหาการลากยาวของผลลัพธ์ที่ออกตาเดิมๆ ติดกันแบบต่อเนื่อง เพราะบางครั้งก็อาจลากไปถึง 7-8 ตาได้เลยทีเดียว แต่คุณจำเป็นต้องยึดมั่นในแนวทางที่ชัดเจน เพราะบางครั้งเมื่อคุณเปลี่ยนแทงอีกฝั่ง ปรากฏว่าผลก็ไม่ออกอย่างที่คิด ซึ่งคุณจะต้องวางแผนให้ชัดเจนว่าจะเล่นอย่างไรต่อ

ทั้งหมดตามที่กล่าวไปนี้ เป็นเทคนิคหรือ สูตรบาคาร่า ที่มักนิยมใช้กัน แต่มักจะแตกต่างไปในเรื่องรายละเอียดของตัวเลขหรือเครื่องมือที่ใช้ ซึ่งบางทีเครื่องมือก็ไม่ได้ช่วยได้ทั้งหมด เพราะความเป็นไปได้นั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ดังนั้นแล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารการลงทุนและบริหารอารมณ์และเป้าหมายให้ชัดเจน เสียคือเสีย ได้คือได้ อย่าลืมหัวใจเหล่านี้


เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ